ป.ธ.๙ ไดอารี่ บันทึกสิ่งดีอยู่ในใจ ตอน 3 กุญแจพระธรรม


...กว่าจะเรียนบาลีจนจบประโยค ๙ ต้องใช้ความเพียรพยายามมากเพียงใด?
...กว่าจะเป็นพระมหาเปรียญชั้นสูงสุดต้องอบรมฝึกฝนตนเองมาอย่างไร?
...ป.ธ.๙ ไดอารี่ บันทึกสิ่งดีอยู่ในใจของประโยค ๙ วัดพระธรรมกาย จะเป็นอย่างไร?
ขอเชิญทุกท่านมาดูเถิด เอหิปัสสิโก...

กุญแจพระธรรม
ครั้งหนึ่งเดินผ่านวัด มีเณรใหม่พระใหม่ มาสวดมนต์กันอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ใต้ต้นไม้ ก็รู้สึกว่า เสียงมันก้องเข้าไปในใจ จับจิตจับใจ รู้สึกว่าอารมณ์ตรงนั้นชอบมากเลย
เป็นความโชคดีที่พื้นที่แถวนั้นมีพระพุทธศาสนา เป็นหลักยึดเหนียวจิตใจ จึงทำให้ชีวิตของอาตมามีแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รู้จักชีวิตพระชีวิตเณร คือได้ใกล้ชิดกับหลวงปู่หลวงตาหลวงพ่อ ชอบบรรยากาศแบบวัดๆ เมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 6 ก็เกิดภาพในใจ ว่า
“จะต้องมาบวช รู้สึกว่าชีวิตพระ ชีวิตเณร น่าจะมีความสุข มีความสงบ”
ถ้ามองดูความรู้สึกตนเอง รู้สึกว่าชอบผ้ากาสาวพัสตร์ ชอบเสียงสวดมนต์ ซึ่งตรงนี้ ถ้าจะบอกว่า เด็กบ้านนอกส่วนใหญ่จะบวชกัน ก็คงไม่ใช่ ต้องดูจากอุปนิสัยจริง ๆ
เมื่อบวชแล้วก็รู้สึกว่า บวชแล้วเป็นชีวิตที่ต้องใช้ความอดทน ชีวิตพระ ชีวิตเณรไม่ง่ายนะ อยู่แบบสมถะ อยู่แบบสันโดษ ดังนั้นสองสามสัปดาห์ เป็นช่วงที่จะต้องปรับตัว รู้สึกว่ายาวนานเหลือเกินนึกว่า สองสามเดือน

แต่ทว่าพออยู่ไปๆ ก็เริ่มปรับตัวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาพแวดล้อมที่นี้ หมู่คณะที่มีผู้นำคือ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง และ คุณยายอาจารย์ เห็นความสมถะ สันโดษ เห็นคำสอนของท่าน ท่านเอาคำสอนของพระพุทธเจ้า มายกย่อง เอาคำสอนจากพระไตรปิฎกนั่นแหละ เห็นถึงการปฏิบัติธรรม ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ตรงนี้คันถธุระ คือให้เราได้เรียนนักธรรมได้เรียนบาลี วิปัสสนาธุระ คือให้เราได้นั่งสมาธิ
ซึ่งตรงนี้เป็นธุระที่ใช่ จากนั้นมาอาตมาก็ได้พัฒนาตนเองมาตลอด ตามกิจวัตร กิจกรรม การหล่อหลอม โดยพระอาจารย์พระพี่เลี้ยง ในกรอบในการดูแลจากหลวงพ่อเอง
ซึ่งตอนนั้น หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านก็บอกว่า ท่านได้รับคำสั่งโดยตรงจากหลวงพ่อธัมมะ ให้มาดูแลสามเณร แบบถึงตัว ถึงใจ ถึงเป้า มาสอนวิธีต้มนม ฉันไข่ วิธีแกว่งแขนออกกำลังกาย สอนวิธีปลูกผัก ทำแปลงผัก สอนวิธีหล่อหลอม ซึ่งหลวงพ่อท่านสอนละเอียดมาก แม้แต่การตื่นนอน การดื่มน้ำ การขับถ่าย ท้องผูก ท้องไม่ผูก ตัดเล็บมือ เล็บเท้า การเดิน การฝึกบุคลิก การพูด
ท่านได้มอบพจนานุกรมภาษาไทย ก็จะมีนโยบายให้พูดภาษากลาง โดยท่านจะให้ฝึกการอ่านออกเสียง คำควบกล้ำ ร ล ส่งอาจารย์มาสอนภาษาไทย แบบเจาะลึกเป็นพิเศษ ส่งอาจารย์มาสอนเรื่องช่างไม้ เรื่องการสร้างกุฏิ เรื่องการทำงานเป็นทีม เรียกว่าแทบจะสอนทุกอย่าง ซึ่งท่านมาสอนเองเลยในยุคนั้น
โดยพระอาจารย์สุรพล เป็นผู้กำกับ ซึ่งเหล่านี้ทั้งหมดเนี่ย เราจะมองว่า สิ่งอำนวยความสะดวกความหรูหรา ความทันสมัย ยุคนั้นไม่มี แต่มีหัวใจ และการตั้งใจสอน ด้วยคำสอนที่ชัดเจน “ชัดไหมลูก....” เบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดที่ท่านให้ ทำให้เรารักชีวิตเณร รักชีวิตพระ รักพระพุทธศาสนา ทั้งปฏิบัติ ปริยัติ ปฏิเวธทั้งหมดนี้ก็อยู่ในจิต ในใจ ในชีวิตประจำวัน ชีวิตเณร โดยลำดับ สว่างไสวเรื่อยมา
พอกล่าวถึงเรื่องเรียนบาลี ก็ถือว่าเป็นเรื่องหลักที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอน ท่านทุ่มเท ที่จะให้สามเณรวัดพระธรรมกายนี้ ให้สอบได้ยกชั้น ห้ามสอบตก ซึ่งถ้าสอบตกก็จะต้องให้กำลังใจ ตรงนี้ก็ได้กลายเป็นพลังหลัก แรงจูงใจที่ทำให้สามเณรได้ตั้งใจเรียนบาลี เพราะท่านได้ให้ความสำคัญ เรื่องพระไตรปิฎก เรื่องพระบาลี

พระบาลี ท่านถือว่าเป็นกุญแจหลัก กุญแจสำคัญในการไปไขตู้พระไตรปิฎก อ่านพระไตรปิฎกภาษาไทย คือ เราผ่านกระบวนการที่ชาวบ้านเขาแปลมาแล้ว แต่ในฐานะที่เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า ก็ต้องรู้จักภาษาของท่าน เราก็จะต้องแปลกเอง เข้าใจเอง มันก็จะได้อรรถรส ได้ความซาบซึ้ง ได้อรรถอธิบายด้วยความเข้าใจของตนเองที่ไม่ได้ผ่านชาวบ้าน ความมั่นใจที่จะปฏิบัติตาม ไม่ผ่านคนอื่น ไม่มีสะพาน
จุดนี้จะทำให้เราเป็นผู้เข้าถึงพระไตรปิฎกด้วยตัวเราเอง ท่านเลยให้เราจริงจังกับการเรียนภาษาบาลี ไม่ใช่เรียนเพื่อการเป็นผู้สอบได้ แต่เรียนเพื่อเราจะได้นำมาขบมาคิด มาฝึกตนจริงๆ ซึ่งตรงนี้ท่านก็ได้ให้แนวทาง ให้คำแนะนำสั่งสอน หลวงพ่อถึงกับมีเพลง เชียร์บาลี มีกลอนบาลี ซึ่งสิ่งเหล่านี้มาในยุคกลางๆ แต่ในยุคต้นๆ นั้น ท่านมุ่งเน้นให้ตั้งใจเรียน มีครูบาอาจารย์ มาสอนสาย บ่าย ค่ำก็ติว เป็นฆราวาส เป็นพระภิกษุ ท่านทำแบบเป็นกิจลักษณะ ที่ดีมาก คือให้เรียนเป็นหลัก แต่การปฏิบัติธรรม เช้าเย็นก็ไม่ทิ้ง ซึ่งหล่อหลอมด้วยการเรียนบาลีอย่างนี้ กิจวัตร กิจกรรมอย่างนี้
ผู้ที่สอบผ่าน หลวงพ่อท่านก็จะให้พระของขวัญ ให้ดวงแก้วบ้าง เป็นขวัญกำลังใจ รวมทั้งปัจจัยด้วย
ในทางปัจจัยนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความยากลำบาก จึงทำให้เราทั้งหลาย รู้สึกซาบซึ้งในความของขวัญ ในปัจจัย เราก็เลยไปทำบุญต่อ

ฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหลวงพ่อท่านต้องการให้เราศึกษาจริงๆ แปลด้วยตนเองจริงๆ แล้วเอามาปฏิบัติจริงๆ ปริยัติ คือ การศึกษา ปฏิบัติ คือ การนำคำสอนพระไตรปิฎกไป
อย่างเช่นในคำว่า ขันติ คือความอดทน อ๋อ มันคือรากเหง้าของความเกียจคร้าน เราก็ต้องไปเคี้ยวกินซึ่งความไม่มักง่าย ความไม่อดทน ซึ่งเราก็เริ่มเห็นแล้วว่า สิ่งที่หลวงพ่อแนะนำนั้นจริงนะ ซึ่งถ้าเราแปลได้จริงๆ ก็จะได้รายละเอียดเป็นรูปวิเคราะห์ เป็นขันติได้อย่างไง
ป.ธ.๙ หลวงพ่อท่านจะยกย่องมากเลย ท่านถือว่าเป็นมหาบุรุษ วีรบุรุษกองทัพธรรม เป็นผู้จะเป็นศาสนทายาท เป็นเพชรเม็ดงามของพระพุทธศาสนา ทำให้เราเห็นว่า สิ่งที่กำลังเล่าเรียนอยู่นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในกระแสโลก แต่เป็นสิ่งที่โลกต้องการ ถ้าทุกรูป ทุกคนชาวพุทธ ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องบาลี
เพราะท่านเห็นว่า บาลีบรรจุไว้ซึ่งพระธรรมคำสอนที่เป็นแนวทางในการหลุดพ้นจากทุกข์ เป็นแนวทางสู่พระนิพพาน เป็นภาษาที่พระพุทธเจ้าใช้ เป็นภาษาเดียวในโลก ที่ถ่ายทอดพุทธธรรมคำสอนที่พระองค์ได้เข้าถึง

ฉะนั้น ใครที่มีโอกาสได้เรียนบาลี คนนั้นถือเป็นผู้ที่มีบุญลาภมาก โชคดีมากกว่าภาษาอย่างอื่น ที่ทำให้ติดกะโหลกกะลา ให้ติดอยู่ในสังสารวัฏ คือยกกะลาออกยกสังสารวัฏออก หลุดไปสู่พระนิพพาน ซึ่งที่หลวงพ่อทัตตะบอก ว่าเป็นภาษาเดียวที่ออกจากคุกได้
จบแล้วรู้สึกว่า เราใช้ความเพียรอุตสาหะ เดิมทีเราก็ไม่ได้มีภาพว่าตนเองจะต้องจบป.ธ.๙ คิดแค่ว่า ป.ธ. ๖ ได้ก็เก่งแล้ว แต่ยิ่งเรียน ก็ยิ่งได้ความรู้ ได้ความอดทน ได้ตบะ เป็นช่วงเวลาชีวิตที่เราได้หล่อหลอมชีวิตของตนเองด้วยพระปริยัติ เป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับความรู้ที่บริสุทธิ์
ประโยคสูง อาตมาดูหนังสือหนักมาก ดูแล้วรู้สึกว่าใจสว่าง ใจสงบ วันหนึ่งจะดูหนังสือ ๑๕ – ๒๐ ชั่วโมงได้ ประมาณเดือนสองเดือน พอดูหนังสือหนัก ง่วงก็ไม่ง่วงนะ เพลียก็ไม่เพลีย ฟุ้งก็ไม่ฟุ้ง ใจสบายใจสว่าง ซึ่งถ้าเรารู้จักสมาธิด้วยแล้ว เราก็จะได้อารมณ์กัมมัฏฐาน ก็รู้สึกมีความสุข มีความสุขในสมาธิ คือ ปฏิเวธ คือ ใจสว่าง ใจสงบ ใจเกลี้ยง

พอสอบได้ก็รู้สึกดีใจ ใจสบาย แต่ขณะเดียวกันก็ดีใจแค่ประเดี๋ยวประด่าว มันเป็นปีติ ความปลื้มมากกว่า ว่าตนเองได้เป็นประโยคเก้าแล้วนะ ซึ่งก็ทำให้ย้อนกลับมามองตนเองว่า เราได้อะไรบ้าง เราจะทำประโยชน์ให้กับพระศาสนาอย่างไรบ้าง
ซึ่งถ้าเรามองดูดีๆ เราก็จะเห็นว่าประโยคเก้า ชาวบ้านจะมองว่าเรามีความรู้มาก แต่ว่ามันยังไม่มากพอที่จะกำจัดกิเลสตนเอง หรือว่าไปสอนชาวบ้านให้กำจัดกิเลสได้
เราก็ต้องมาดูตนเองว่า เราก็ยังต้องสะสมด้านปริยัติต่อไป ในขนาดเดียวกัน ก็ต้องดูทั้งปฏิบัติ ปฏิเวธ ให้อยู่ในกรอบที่หลวงพ่อท่านบอกว่า “ประโยคเก้า เสร็จแล้วก็ต้องประโยคสิบ”
โดยอัธยาศัยของอาตมาเอง ก็ชอบเทศน์ ชอบสอน ตั้งใจว่า เราต้องมีความรู้จริงๆ แต่ขนาดเดียวกันปฏิบัติเราก็ไม่ทิ้ง หาเวลานั่งสมาธิ ต้องศึกษาเพิ่ม ค้นคว้าเพิ่ม เทศน์สอน
เป้าหมายอยากจะเป็นผู้เผยแผ่ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ที่เป็นกำลังให้กับวิชชาธรรมกาย ให้ดีที่สุด ไปตลอดชีวิต สร้างเครือข่ายสาธุชนที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ให้แสงสว่าง แผ่ขยายไปทั่วโลก

๒๖.พม. ธีรธรรม ธมฺมธีโร (บุญเสริม)
ป.ธ.๙, ศษ.ม., พธ.ด.
หัวหน้าศูนย์เบญจธรรม ดอนเมือง กทม.
ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม จ.สุรินทร์
Cr.ป.ธ.๙ ไดอารี่
สามเณรเตรียมพุทธฯ รวบรวม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ป.ธ.๙ ไดอารี่ บันทึกสิ่งดีอยู่ในใจ ตอน 4 คำว่า “นาคหลวง”

ป.ธ.๙ ไดอารี่ บันทึกสิ่งดีอยู่ในใจ ตอน 6 รสภาษาบาลี

พระพุทธเจ้ามีมากมาย พระธรรมกายมีไม่ถ้วน?